หมดยุคของทีมกีฬาจากองค์กรแล้ว

ไม่มีอะไรเป็นนิรันดร์ยังเป็นประโยคทองที่ใช้ได้กับทุกอย่าง ทุกวงการ แม้แต่วงการฟุตบอลที่เดี๋ยวนี้โมเดลการทำธุรกิจฟุตบอลเปลี่ยนไปแล้ว ใครที่สามารถปรับตัวได้ก็อยู่รอดต่อไปใครที่ปรับตัวไม่ได้ก็ต้องตายไปตามวัฏจักร เหมือนกับทีมฟุตบอลที่ใช้โมเดลการบริหารแบบอิงกับองค์กรเอกชนอยู่ที่ตอนนี้ก็ล้มหายตายจากไปเยอะแล้ว เป็นเพราะอะไร
การลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด
แต่เดิมการลงทุนในการทำทีมฟุตบอลใช้งบประมาณไม่มากนักในแต่ละปี แต่ด้วยปัจจุบันค่าเงิน ค่านักเตะ ค่าทีมงานและการสร้างสนามทำให้วงเงินการลงทุนสูงมาก อย่างเช่น บุรีรัมย์ใช้เงินไปในแต่ละฤดูกาลรวมเบ็ดเสร็จ 400 ล้านบาท เมื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างนี้ ทำให้การทำทีมแบบอิงงบจากองค์กรอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ สุดท้ายก็ต้องยุบทีมไป
การแข่งขันที่ยากขึ้น
นอกจากเงินลงทุนจะเพิ่มขึ้นแล้ว การแข่งขันเอาแค่อยู่รอดในไทยพรีเมียร์ลีคนั้นต้องบอกว่า “ยาก” เลยทีเดียว แต่ละทีมต่างสรรหาผู้เล่นทั้งไทยและต่างประเทศที่ดีที่สุด ไม่มีใครอยากตกชั้น ไม่มีใครอยากเป็นผู้แพ้ แถมมีตั้ง 18 ทีม คู่แข่งเยอะขึ้น ยากขึ้น ทำให้การทำทีมแบบไม่เต็มสูบย่อมไม่เป็นไปอย่างที่หวัง
การสร้างภาพลักษณ์ด้วยวิธีอื่น
การทำทีมโดยเอาเงินลงทุนมาจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงอย่างเดียวนั้น เมื่อก่อนอาจจะเอามาทำเพื่อประชาสัมพันธ์ภาพพลักษณ์องค์กรด้านการกีฬาได้ แต่เดี๋ยวนี้มีวิธีเยอะแยะแถมลงทุนไม่เยอะด้วย องค์กรต่างๆเลยคิดเอาเงินตรงนี้ไปลงกีฬาประเภทอื่นอย่างอื่นดีกว่า สุดท้ายทีมที่เคยหนุนกันมาก็ร่วงไป เลยทำให้เราอาจจะไม่ได้เห็นทีมฟุตบอลสโมสรจากองค์กรต่างๆเช่น ธนาคารกรุงเทพ โอสถสภา อีกต่อไปแล้ว น่าเศร้านิดๆแต่ก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *